2008/Jan/24

 TalK

ได้อีกค่ะทุกๆคน
บีดิวกับซีชอนซา...........จิ้นฟิคกันได้อีกก!!!!!!!!!!!!
อยู่กันคนละประเทศแต่ความYของเราจูนติด(5555+)

THE VAPOUR = ควัน
ที่เป็นควัน เพราะว่า... ความรักของยุนแจในเรื่องนี้ไม่ใช่เปนแบบที่
หวานซึ้งบริสุทธิ์แบบหลายเรื่องที่หลายๆคนเคยอ่าน
ไม่ได้กำลังบอกว่าThe Vapourเป็นฟิคแนวใหม่นะคะ
แต่ว่าแนวในเรื่องนี้ต่างกับเรื่องที่ผ่านๆมาค่ะ

คนแต่งมีสองคนค่า...
บีดิว i3e-dwz - เขียนฉากทั่วไป NC บ้าง...ริเริ่มคิดพล็อต และวางแผนชักชวนให้มาjoinกัน
ซี SCS-Changmin - (ฉนัด)เขียนฉากNC น้องซีเป็นคนเริ่มคิดคาแรกเตอร์ของตัวละครอื่นๆ นอกจากยุนแจ รออ่านกันนะคะ^^

สุดท้ายนิขอให้ทุกๆคนสนุกกับ The Vapour ความรักที่ล่องลอยมากับกลุ่มควันบุหรี่ของแจจุง (อิอิ) นะคะ

----------------------------

Title : The Vapour
Part : 01
Paring : 정윤호 – 김재중 * 동방신기 // U-Know - Hero * TVXQ
Rate : PG13 - NC17
Author : i3e-dwz & SCS-Changmin
Genre : Romantic – Drama

----------

“โอ...เช้าแล้วหรอ” หนุ่มผมทองใต้ผ้าห่มงัวเงียพูดออกมา ก่อนจะลุกพรวดขึ้นมาเดินเข้าห้องน้ำทำภารกิจส่วนตัวพร้อมที่จะออกไปข้างนอก

แต่พอประตูบานสีขาวถูกเปิดออกโดยเจ้าของที่เปลี่ยนจากชุดนอนเป็นเครื่องแบบนักเรียนเรียบร้อยแล้วภาพที่ปรากฏให้เห็นก็เป็นผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งที่ดูเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าอายุมากกว่าเขา 4-5 ปี

“ยองคยอง” หนุ่มผมทองเจ้าของห้องเบ้ปากเล็กน้อยก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วพยายามเดินผ่านไปทำเหมือนว่าไม่เห็นใครคนนั้นอยู่ตรงประตู

“จะไปเรียนแล้วเหรอแจจุง..ทำไมดูรีบร้อนนักล่ะ”

“อืม วันนี้มีสอบเช้า”

“ให้ฉันไปส่งมั๊ย?”

“ไม่ต้อง ผมขับรถไปเอง”

“เอางั้นก็ได้ ...”

“ขอตัวนะ”

“เดี๋ยวสิ...” ไม่ทันที่แจจุงจะหันไปมองหน้าชายคนนั้นสักนิด เขาถูกรวบไปกอดจากด้านหลังซอกคอขาวถูกซุกไซร้มันแต่เช้า แจจุงดิ้นสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดที่ไม่เต็มใจนั้น

“ไอ้โรคจิต!!!!” แจจุงสบถแล้วรีบย่างสามขุมลงบันไดมาทำท่าจะไม่เหลียวแลอาหารบนโต๊ะเสียเลย

“แจจุง...!!” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งในครัวเรียกชื่อเขาอีก แจจุงหยุดจ้ำแล้วหันไปขานรับเสียงนั้น

“ครับพี่?”

“พี่ทำซุปไว้แน่ะ ไม่กินหน่อยเหรอ...”

“ผมรีบ!” บอกแค่นั้นก็รีบวิ่งไปสตาร์ทรถแล้วขับออกไปทันที...

บ้านหลังใหญ่อันเป็นที่อยู่ปัจจุบันห่างออกไปเรื่อยๆแจจุงละสายตาออกจากกระจกข้างแล้วกำพวงมาลัยแน่น เหยียบคันเร่งให้รถสปอร์ตสีขาวคู่ใจแล่นฉิวไปตามถนนหนทาง

--------------

2ปีก่อน
“แจจุงพี่กำลังจะแต่งงานกับยองคยองนะจ๊ะ”
เด็กหนุ่มละสายตาจากหนังสือรถแข่งครู่เดียวแล้วก้มหัวทักทายว่าที่พี่เขยก่อนจะก้มดูภาพรถแข่งที่ตนชอบหนักหนาต่อ

“เอ๊! เรานี่!!!ทำไมไม่มีมารยาทแบบนี้นะ” ก่อนที่จะได้ยินพี่สาวบ่นต่อ แจจุงรีบเก็บข้าวของของตัวเองแล้ววิ่งเข้าห้องนอนตัวเองไป

.....มันเป็นแบบนี้ชีวิตของผมน่ะ เป็นแบบนี้..
พออายุ15พ่อกับแม่ก็จากไปด้วยอุบัติเหตุ ผมเหลือพี่สาวแท้ๆที่อายุมากกว่าผมถึง6ปีเพียงคนเดียว ..พี่จองซอเป็นสาวมั่นทันสมัยอยู่ตลอด แล้วหน้าตาก็ดีระดับดาราเสียด้วย จึงไม่แปลกเลยที่คนที่ทั้งสวยทั้งเก่งจะมีหนุ่มๆมากมายมาติดพัน แต่ไม่เห็นพี่สาวของผมจะสนใจใครไปมากกว่าคนที่เธอคบหามานานพอสมควรแล้วเพิ่งมาบอกผมเมื่อกี้นี้ว่ากำลังจะแต่งงานกัน...

จากนั้นพอพี่สาวผมแต่งงานเราก็ต้องย้ายที่อยู่ จากบ้านหลังพอดีๆที่อยู่กันมาตั้งแต่เล็กๆก็เปลี่ยนเป็นบ้านหลังใหญ่โตของ คิมยองคยอง พี่เขยของผม...

...พี่เขยที่แสนดีของผม...

--------------

.
.

ถึงเวลาพักกลางวันทั้งห้องเรียนก็ดูจะไม่สงบอีกต่อไป เพราะเมื่อมีเวลาได้ดึงโต๊ะเรียนมาติดๆกันจับกลุ่มคุยหรือกินมื้อกลางวันกันเรื่องอะไรที่เก็บไว้อยากจะพูดก็พูดกันออกมาหมดแทบทุกคน แต่แจจุงเลือกที่จะเดินจกกระเป๋าไปหลบอยู่หลังตึก หยิบบุหรี่ยุโรปอัดควันเข้าปอดให้โล่งอกโล่งใจกับเรื่องมากมายที่สะสมอยู่ หนุ่มร่างโปร่งบางที่มีหน้าตาออกจะหวานไปทางผู้หญิงจงใจทำเรื่องผิดกฎโรงเรียนแบบนี้โดยไม่ลังเลใจใดๆ

“อัดควันเข้าปอดแบบนี้มันดีขนาดนั้นเลยเหรอ”

“คยูฮยอน...”

“จริงๆเลยน๊า พอกลางวันผมจะไม่เจอพี่ที่ห้องเรียนเลย พอมาหลังตึกเห็นไอ้ควันนี่แหละก็รู้เลยว่าพี่อยู่ตรงนี้แน่ๆ” เพื่อนสนิทที่อ่อนวัยกว่ายืนพิงกำแพงด้วยอีกคน

“ฉันก็มีเรื่องต้องเครียดของฉันน่า ถ้ารังเกียจอบายมุกแบบนี้มากก็ไม่ต้องมายุ่งเลยไอ้เด็กน้อย~!” มือขวาผลักหัวกลมๆนั่นไปทีหนึ่ง

“ตั้งแต่รู้จักพี่มา...ผมก็เห็นพี่คู่กับบุหรี่กับเหล้าแล้วก็รถนี่แหละ กลัวจะเรียนไม่จบน่ะซี่~”

“ไม่ต้องมาพูด!!! แกมันตัวดี~สอบทีไรส่งซิกไปไม่เห็นได้เรื่อง จะหวงไปถึงไหนหา? ไอ้ความรู้เนี่ย” ไอ้เด็กเรียนนี่มันน่าหมั่นไส้นัก แจจุงอดที่จะแขวะไม่ได้

บุหรี่ถูกรองเท้าผ้าใบสีขาวเขี่ยจนดับเละไป เจ้าของนั้นเดินหันหลังกลับเตรียมจะออกไปจากบริเวณหลังตึกนี่โดยไม่ลืมกอดคอลากเจ้าเพื่อนสนิทที่อายุน้อยกว่าออกไปด้วย

.
.

สำหรับทุกคน คงมีโลกส่วนตัวแน่อยู่แล้ว...โลกส่วนตัวที่อาจจะแลดูสวยงาม ไร้มลพิษใดๆ
หากแต่โลกส่วนตัวของผม....
ล้วนแต่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด เงินตรา การต่อสู้ และอิทธิพลมืด...

“นายท่านครับเราจะทำยังไงกับมันดีครับ”
“ซื้อหุ้นของมันให้หมด เราจะยืนอยู่เหนือหัวมัน!”
“ครับ ท่านยุนโฮ”

ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำค่อยๆหันมาช้าๆแล้วเอ่ยปากสั่งลูกน้องเป็นคำสุดท้าย

“นัดมันมาที่ท่าเรือด้วย...ฉันจะฆ่ามันเอง หนึ่งต่อหนึ่ง” นำเสียงนุ่มทุ้มเฉียบขาดถูกเปล่งออกมา เผินๆก็คงจะดูธรรมดา แต่จริงๆแล้วจองยุนโฮน่ากลัวดั่งเพชฌฆาตที่ถืออาวุธร้ายแรงไว้ในมือ จะปลิดชีพใครเมื่อใดก็ได้ตามแต่ใจต้องการ...

……………………..

“ผลั่กกก!!!!” หมัดหนักกระทบใบหน้าหล่อเหลาของฝ่ายตรงข้ามแทบจะทันที

“ไอ้..ยุนโฮ......แก.............” อีกฝ่ายที่ล้มลงไปเอ่ยชื่อพลางใช้สายตาแข็งกร้าวมองยุนโฮอย่างเคียดแค้น

“ฉันเตือนแล้วไงจินซุก...ว่าอย่าแย่งอะไรของฉันไปก่อน เพราะจุดจบก็คือเหมือนกันฉันจะเอาคืนให้ยิ่งกว่าที่แกทำกับฉันอีก” สิ้นคำพูดยุนโฮเตะร่างที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่กับพื้นเต็มแรง เอาความโกรธแค้นเคืองที่เคยมีใส่ไปให้หมด

สองอาทิตย์ก่อนพวกคู่แข่งลอบยิงคนของตระกูลจอง ซ้ำยังแฮกข้อมูลลับไปได้มากมายจนตระกูลจองถึงกับอยู่ในสถานะร่อแร่มาหลายวัน แต่โชคดีที่ยังมี จองยุนโฮ ทายาทรุ่นล่าสุดเข้ามากอบโกยเอาชื่อเสียงและความมั่นคงของตระกูลกลับมาได้

แล้ววันนี้เขาก็กำลังจะโค่นล้มต้นเหตุที่ทำให้ตระกูลจองเสียความมั่นคงไปได้
ไม่ตายก็ต้องให้มันฝันร้ายทั้งชาติ!!!!!!!!!

กระบอกปืนสีดำเงาวับถูกลูบเบาๆในมือของชายหนุ่มร่างสูง สายตาที่ยุนโฮกำลังมองไปที่ฝ่ายตรงข้ามดูเย็นชาไร้ความปราณี ในขณะที่อีกฝ่ายยิ่งร้อนรนเดาการกระทำของยุนโฮไม่ถูกเลยจริงๆ

“กลัวหรือ? แล้วตอนแรกทำอะไรลงไปทำไมไม่คิดหาจินซุก!?”

“.....”

“ทำไมไม่ตอบวะ!!!!?”

“ไอ้โง่!!!!”

“????...”

“ปัง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” ไม่ทันตั้งตัว กระสุนก็เข้าปาดไปที่ช่วงเอวของยุนโฮเสียแล้ว บุคคลที่เคยเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่าเสียหลักล้มลงไป เป็นจังหวะที่ให้ฝ่ายตรงข้ามรีบลุกแล้วก็หลบหนีไปพร้อมกับพรรคพวกทันที

โทษใครไม่ได้เลยจริงๆนอกจากตัวเขาเองที่พลาด...
พลาดไปเชื่อใจคนไร้สัจจะแบบนั้น หนึ่งต่อหนึ่งก็คือหนึ่งต่อหนึ่ง หากแต่คงลืมคิดไปว่าจินซุกไม่ใช่คนรักษาคำพูดเสียเท่าไหร่


ยุนโฮได้แต่มองตามจินซุกและพวกลูกน้องวิ่งห่างออกไป จะตามไปก็คงจะไร้ประโยชน์...ยุนโฮหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาติดต่อคนสนิท

“ครับนายท่าน” ปลายสายตอบรับ

“ซองเจ...จินซุกมันเล่นตุกติก”

“งั้นหรือครับ??...ท่านยุนโฮเป็นอะไรไหมครับ”

“ฉันถูกพวกมันยิง...”

“ที่ท่าเรือใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมกับบอดี้การ์ดจะไปรับท่านเองครับ”

“ไม่ต้อง...รอฉันอยู่ที่บ้าน ฉันจะกลับไปเอง...กระสุนคงไม่ได้ฝังหรอกคิดว่าแค่เฉียดๆนั่นแหละ”

“แน่ใจนะครับท่าน”

“ก็บอกแล้วไง”

-----------------------

รถสปอร์ตถูกขับเคลื่อนมาด้วยความเร็วสูง จุดหมายปลายทางวันนี้อยู่ที่ผับเปิดใหม่ของคนรู้จัก คิมแจจุงรีบบึ่งไปที่นั่นโดยเร็ว...ถึงจะไม่ชอบเสียงดังอึกทึกและผู้คนเบียดเสียดมากนัก แต่ก็ยังดีกว่าอยู่บ้านกับไอ้พี่เขยแค่สองคน

แต่พอมาถึงทางแยกแจจุงมั่นใจตัวเองแล้วว่าที่เห็นคือไฟเขียวแน่ๆ แต่รถอีกคันก็วิ่งสวนมาทั้งๆที่ควรจะหยุด
“เฮ้ย!!!!!!!!!” แจจุงเบรกเอี๊ยดแทบจะทันทีที่รู้สึกถึงความอันตราย ขณะนี้รถสองคันจอดนิ่งอยู่บนถนน ...แจจุงรีบลงมาดูความเสียหาย

“เฮ้อออ....ดีที่ไม่มากเท่าไหร่” โชคยังดีแค่รอยขีดข่วนนิดๆหน่อยๆที่หน้ารถ...แค่จัดการทำสีใหม่ไม่หนักหนาเกินกว่าที่แจจุงจะควักเงินในกระเป๋าจ่ายเท่าไหร่หรอก แต่เรื่องแบบนี้ไอ้เจ้าของปอร์เช่สีเหลืองตรงหน้านี่มันต้องได้รับคำด่าเสียหน่อย!

เท้าที่หุ้มด้วยบูทสีขาวเดินก้าวยาวๆไปเคาะกระจกคู่กรณี

“เฮ้!!!คุณ!!!!!!สอบใบขับขี่ที่ไหนมาน่ะ ไม่รู้หรือไงว่าไฟแดงหมายถึงให้หยุดน่ะ” พออีกฝ่ายลดกระจกลงแล้วเลยได้เห็นอีกคนชัดเจนมากขึ้น ชายหนุ่มที่เหมือนจะอายุมากกว่าแจจุงนั่งพิงเบาะรถเหมือนหมดเรี่ยวแรง ดวงตาก็ปรือปรอยดูแย่ๆเสียด้วย

“คุณ....!!!!!” แจจุงตะคอกอีกครั้ง

“ผมรีบ...รถคุณเสียหายมาก...มั๊ย........รับไป” อีกฝ่ายเงยหน้า...มือหนาๆหยิบเงินส่งให้พลางมองใบหน้าที่ถ้าไม่ทำบึ้งตึงแบบนี้คงจะน่ารักกว่านี้เป็นเท่าตัว..

“ถุย!!!!!!!อะไรวะเนี่ย!!เอาเงินแก้ปัญหาหรือไงพี่ชาย!!!!? เยอะมากเหรอไงแจกอย่างกับเป็นแค่เศษกระดาษแน่ะ....เสียเวลา วู้!!!!ไปล่ะ...อย่าได้เจอะได้เจออีกนะเว้ย เสียอารมณ์!!”

_______________________

“นายท่าน!!!” เหล่าบริวารกุลีกุจอเตรียมรอรับทันทีเมื่อแสงไฟส่องเข้ามาพร้อมๆกับรถสปอร์ตที่กำลังเคลื่อนมาช้าๆ

ทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออกโดยคนด้านใน ร่างสูงเดินกุมบาดแผลออกมา ครั้นผู้ดูแลก็รู้ทันทีว่าหน้าที่ที่จะต้องทำต่อไปนี้คืออะไร

.
.

“เรียบร้อยแล้วครับ”

“ขอบใจนะซองเจ” ยุนโอก้มลงสำรวจร่างกายตัวเอง มีผ้าสีขาวๆแปะอยู่บนปากแผล

“เป็นหน้าที่ของผมครับ” หนุ่มผมยาวตอบรับพลางเก็บอุปกรณ์ทำแผลของตนเข้ากล่องใบย่อมเตรียมจะออกไป แต่ก็ยังไม่ลืมบอกเรื่องที่เพิ่งสืบทราบมาให้เจ้านายทราบ “นายท่านครับ...เราหาตัวคนที่เอาความลับเราไปขายให้จินซุกได้แล้วครับ”

“เหรอ....คนของเราหรือเปล่า”

“ครับ...”

“ใครกัน....” ยุนโฮถามสั้นๆตรงๆอย่างที่ควรจะเป็น ...ซองเจพยักหน้าแล้วเตรียมเอ่ยปากบอก

“(??????)”


. . .


“ปล่อยนะ ไอ้โรคจิต!!ฉันแขยงแกโว้ย!!!!!!!ปล่อยสิ” แจจุงร้องลั่นห้องหลังจากรื่นเริงบันเทิงใจอยู่ได้พักใหญ่เพราะกลับมาไม่เจอรถของพี่สาวและพี่เขยอยู่ เข้าใจว่าต้องออกไปไหนกันแน่ๆ แต่พอเปิดประตูห้องน้ำออกมาร่างบางผู้มีความก้าวร้าวอยู่เป็นคู่กันต้องอึ้ง ....

“ยังจะดิ้นอีก!! ทำอย่างกับไม่เคยนะคิมแจจุง” ลมหายใจร้อนที่แจจุงแสนจะเกลียดชังและขยะแขยงเป่ารดอยู่ตรงใบหู

“ปล่อยสิวะ...” โวยวายครั้งสุดท้ายก่อนจะถูกกดลงบนเตียง แล้วอีกฝ่ายก็ขึ้นคร่อมซุกไซร้ซอกคอขาว บดเบียดกลีบปากสีสดอย่างรุนแรงและหนักหน่วง

“ไอ้ยองคยอง...ไอ้เวร~~!อิ๊!!!อย่านะ….โอ๊ยยย” หมัดหนักๆตรงเข้าชกที่หน้าท้อง2-3ที แจจงรู้สึกจุกจนไร้เรี่ยวแรง กลับกลายเป็นว่าคราวนี้แจจุงก็แพ้ยองคยองเหมือนทุกๆครั้ง.. ....

“ยอมตั้งแต่แรกก็ไม่เจ็บตัวนี่...” ยองคยองว่าเหยียดๆแล้วบดเบียดริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง คราวนี้เรียวลิ้นลอดผ่านช่องปากเข้าไปกวาดลิ้มชิมรสหวานได้เต็มที่...
คล้ายกับว่ายองคยองกับลังลุ่มหลงในความหอมหวานของแจจุง เจ้าตัวไม่อยากจะเชื่อว่าคนสูบจัดแบบแจจุงจะเหลือรสแบบนี้ไว้ที่ริมฝีปากอีก

ตากลมโตปิดลงช้าๆให้มันเล่นสนุกกับร่างกายได้ตามใจชอบแม้ในใจจะโต้แย้งสุดฤทธิ์ว่าไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น...ซ้ำยังไม่มีน้ำตาสักหยดคงเพราะหมดไปแล้วตั้งแต่ที่มันขืนใจครั้งแรกๆ

ร่างกายขาวผ่องที่ถูกจูบเม้มจนขึ้นรอยสีเข้มทั่วไปหมด ถูกจับพลิกคว่ำแล้วยกสะโพกขึ้นสูงๆ
แจจุงกัดฟันยอมรับชะตากรรมและเหตุการณ์ที่จะเกิดต่อจากนี้เต็มที่ สองมือเกร็งจิกผ้าปูที่นอนไว้แน่น
ไม่นานนัก...ยองคยองก็ส่งความพิศวาสเข้ามาได้สุดที่ช่องทางคับแคบด้านหลัง แจจุงตัวสั่น...ตอนนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ไร้ซึ่งความปรารถนาในสิ่งนั้นเลย

อยากจะปิดหูไม่ฟังเสียงคนข้างหลังครางอย่างถึงใจได้อารมณ์ เพราะสิ่งที่ทำให้มันได้อารมณ์แบบนั้นคือร่างกายของตัวเอง...ร่างกายของคิมแจจุง ร่างกายที่น่าขยะแขยงและไร้ค่าที่สุด!

แรงกระแทกกระทั้นส่งผ่านจนตัวโยน ในนั้นยังแฝงความเจ็บปวดแสบร้อนอยู่ด้วย หากให้คิดดูแล้วสีหน้าของคนกระทำคงต่างจากผู้รองรับอย่างแจจุงสิ้นเชิง คนหนึ่งกำลังสุขสมในขณะที่อีกคนเจ็บปวดปานจะขาดใจ …เด็กหนุ่มผมสีทองอ้อนวอนต่อสวรรค์ให้พาสติของเขาไปเสียทีไม่อยากรับรู้มันอีกแล้ว...เหนื่อยที่จะต้องอดทนอยู่ในที่แบบนี้ เหนื่อยและท้อแท้ที่จะต้องอดทนให้เขาทำเรื่องแบบนี้กับร่างกายของตน

ไม่นานนักร่างบางก็กระตุกเฮือกด้วยรับรู้ถึงสิ่งที่อีกคนปลดปล่อยออกมาให้อุ่นพล่านทั่วท้องน้อย เหมือนจะสิ้นสุดแต่ก็ยัง...ยองคยองสอดใส่รีดเอาน้ำสีขาวใส่ในร่างแจจุงให้หมดเพื่อความไม่คั่งค้าง ...

- - - ใครก็ได้ ช่วยผมที - - -
- - - เอาผมออกจากเตียงนี้สักที - - -
- - - พาผมไปหาความสุขที่แท้จริงด้วยเถิด - - -


เมื่อร่างบางๆถูกพลิกกลับมานอนหงายแบบเดิมแล้วเหงื่อที่ชื่นแฉะตรงไรผมก็ถูกปาดออกอย่างอ่อนโยนโดยยองคยองหากแต่แจจุงไม่ได้ยินดีกับตัวเองเลยที่ได้สัมผัสอ่อนโยนแบบนั้นมา...จิตใจสั่งให้พูดประโยคบ่งบอกสิ่งที่ต้องการมาตลอดตั้งแต่เป็นผู้รองรับแรงอารมณ์แบบนั้น ..พูดโดยที่ไม่ใช้เวลาตัดสินใจนาน

“ฉันจะฆ่าแก...คิมยองคยอง” อีกฝ่ายไม่สลดอย่างที่คิดเอาไว้ ยองคยองโต้กลับมาแกมแซวติดตลกแต่กลับเฉือนเส้นความรู้สึกของแจจุงได้ไม่น้อย

“คลอดลูกให้ฉันก่อนสิ คิมแจจุง” …หมายความว่า แจจุงไม่มีวันรอดพ้นกามารมณ์ของยองคยอง ..และ... คิมแจจุงคือของเล่นของยองคยองผู้เดียว


. . .TBC. . .